ความรู้สึก
จะจบปี 50 แล้ว จะจบอะไรอีกหลายๆอย่างด้วย เฮ้ออ ถอนหายใจซะทีดีกว่า จะไปแล้วปีนี้ คิดถึงจัง คิดถึงงงง
มันมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นแบบพลิกไปพลิกมาปีนี้ เราโตแล้วนะ ใช่มั๊ย อะไรที่มันเก่าค้างคา ไม่มีสาระ มีแต่ทำลายเรา เราก็อยากจะทิ้งไป ไม่อยากให้มันตามเราไป เราอยากให้มีแต่เรื่องดีๆ สิ่งดีๆ เรื่องที่ไม่ดีก็อยากให้มันดี เรื่องที่ไม่ลงรอยก็อยากให้ลงรอย เรื่องที่เข้าใจผิดก็อยากให้เข้าใจถูก เรื่องที่จะต้องทำให้มใครต่อใครรู้สึกไม่ดีก็ไม่อยากจะทำ ทุกๆวันนี้เราก็คิดว่าเรายังไม่มีความสุขหรอก ที่เรายังต้องมีปัญหากับใครๆในความรู้สึก ถ้ามันมีความสุขก็ดี แค่ถ้ามันเศร้าเป็นความทุกข์ เราจะมีความสุขได้ไง เราไม่อยากมองหน้าใครไม่ได้ หรือมองหน้าใครไปแล้วก็ต้องรู้สึกว่ามีอะไรที่เค้ายังไม่เข้าใจเรา เราดูเหมือนสบายใจอยู่ตลอดเวลาเพราะเราไม่ชอบความไม่สบายใจ เรารักที่จะยิ้มและสนุกสนาน หรือไม่มีสาระในความเป็นเรา ฮ่าๆๆ แต่มีความรัก รื่นเริง สนุกสนาน กับเพื่อนของเรา กับทุกคน แต่ดูเหมือนว่าเรายังทำไม่ดีพอ
เราจะทำไรในวันปีใหม่ดีหล่ะ ซื้อของมาเต็มบ้านรอวันปีใหม่ แต่กลัวจะแต่งไม่ทัน ฮ่าๆๆ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปมากมายแค่ไหนนะถ้าเรากลายเป็นคนไม่แคร์ใคร แต่เราอยากเป็นคนที่แคร์ใครแบบนี้ เรารู้แล้วกันแหละว่าเราคิดยังไง เราไม่ได้ปัญญาอ่อนไปวันนะ ฮ่าๆๆ ถ้าวันข้างหน้าเรามาอ่านไดหน้านี้อีกครั้งเราก็จะจำวันต่างๆได้รวมทั้ง นิสัยของใครต่อใครที่เกิดในเหตุการ์ขีวิตของเราพอเอามาเปรียบเทียบกัน มันก็ทำให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น เหมือนวันนี้เราเข้ามาอ่านไดของเราทุกหน้าทุกคอมเม้น เรารู้อะไรอีกตั้งเยอะว่าใครเป็นยังไง ทุกวันนี้เค้าเป็นยังไง
มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง เรารักทุกๆคนเลยนะ แต่เราไม่สามารถทำดีได้กับทุกคนจิงๆ เราเชื่อว่าการทำดีกับทุกคนคือการไม่ได้ดีกับใครเลยแต่การคิดดีกับทุกคนคือการสร้างสันติสุขให้ทุกคนเช่นกัน เรารักใครเราก็รักได้แค่คนเดียว แต่รักเค้าอยู่ในฐานะอะไรแค่นั้นเอง เราอยากดีกับทุกๆคนนะ เราก็เคยคิดว่าเราจะทำแบบนี้กับทุกๆคน แบบว่าดีเหมือนกับว่าเราดีกับคนพิเศษของเรา แต่มันทำได้ที่ไหนหล่ะ คนอื่นอาจจะทำได้ แต่เราทำไม่ได้ เรารักได้แค่คนเดียวจิงๆ เหอๆ แต่เราเกลียดใครได้ไม่นาน หรือโกดใครก็ไม่เป็นอีก เราพูดหรือรู้สึกได้นะ แต่ พักนึงเราก็จะรู้สึกว่าเราจะไปโกดหรือเกลียดทำไม เราแค่ยิ้ม เราชอบยิ้มที่สุด แต่ดูเหมือนเราจะร้องไห้มากกว่า
เวลาไหนที่สามารถสนุก ร่าเริงได้เราจะรีบตักตวงเอาไว้ เพราะถ้าให้เรามานั่งอยู่ตรงนี้ คนเดียว เราก็จะโทษตัวเองอยู่เสมอ หรือมันเป็นความรู้สึกพื้นฐานของชีวิตคือการ โทษตัวเอง
ทุกวันนี้เรามัวแต่ทำไรเราก็ไม่รู้หนังสือก็ไม่ค่อยได้อ่านเลยย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเช้ามาเราเปิดซีดีแผ่นเดียว ข้าวปลาไม่ต้องกินนั่งเปิดดิกได้ทั้งวัน แต่มันไม่ใช่แล้ว มันไม่ได้แล้ว นิ้วเราต้องอยู่กะแป้นคีย์บอร์ดตลอด ซีดีไม่เคยดูจบเรื่อง ไม่เคยจบจิงๆ ลอยไปก็ลอยมา ทำไรไม่เคยทัน แต่เวลาที่เราอยู่ในน้ำ ว่ายน้ำเราจะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเอาแค่เราลงไปในน้ำก็ได้ โผลไปโผลมาเราก็มีความสุขแล้ว เรารักน้ำจัง แต่น้ำดูเหมือนไม่รักเรา ฮ่าๆๆ การที่เราได้หยุดคิดเรื่องต่างๆก้อดีเน๊อะ สบายที่สุด เราอยากไปซาวน่าที่เกาหลีจัง ไปกับเพื่อน นั่งคุยนนอกลิ้งคุยกันทั้งวัน ร้อนก็ไปแช่น้ำ น่าสบายจะตาย ถ้าไปเกาหลีจะเข้าให้ได้เลย แล้วเมื่อไหร่จะได้ไป น่าเบื่อ ถ้าเราได้ไปอยู่ในที่ๆมีแต่คนที่เราไม่รู้จักเราคงเหงาถ้าเค้าก็ไม่อยากจะรู้จักเรา แต่นั้นบ่งบอกว่าเราจะทำไรก็ได้โดยไม่ต้องแคร์ใคร
เรา คิดถึง ป๊ากะแม่ เค้าต้องคิดว่าเราเด็ก เด็กดี เรียบร้อย ตั้งใจเรียน เชื่อฟัง แต่ป่าวเลย เรารู้สึกว่าเราไม่ได้คิดจะเป็นแบบนั้นเลย เราอยากมีความกล้าหาญ อิสระ และทำอะไรได้โดยที่ทุกครั้งที่ทำ ไม่ต้องมีคำตำหนิแต่มีคำซับพอร์ต ทุกวันนี้วันไหนที่เราใส่กระโปรงยีนกับเลกกิ้ง ป๊ายังไม่พอใจอยู่เลย ป๊ายังโมโหเราอยู่เลย มันโป๊ตรงไหน แม่ยังดูเราว่าให้ใส่เลกกิ้งนะ อย่าใส่แต่กระโปรง แต่ป๊า....เช่น วันนั้น วันพ่อ ป๊าบอกว่าเธอจะไปไหน อ้าวเราก็จะไปกะป๊าอ่ะซิ แต่งตัวแบบนี้ฉันไม่ไปกะเทอนะ เราอยากจะร้องไห้ ถ้าเราแต่งตัวแบบนี้แล้วไปกะเค้าไม่ดีกว่าหรอ หรือจะให้เราไปกะใครที่ไหนถึงจะดี เราโดนบอกว่าให้ไปเปลี่ยนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่เราไม่เปลี่ยนหรอก แม่ยังไม่ว่าไรเลย แต่ถ้าทุกครั้งที่พูดไรถึงคำว่าผู้ชายหรือเพื่อนที่เป็นผู้ชาย ป๊าจะต้องแลดูฉุนเฉียวแบบไร้เหตุผลอ่ะ แทนที่จะพูดหรือสอนเราก็ไม่ทำ เราโคตรรู้สึกแย่เลย พูดแล้วจะร้องง ฮ่าๆ ....................................ทำไมคนอื่นเค้ามีเพื่อนได้ไม่จำกัด ทำไมเค้าถึงมีแฟนได้โดยไม่ต้องแคร์ว่าจะเสียใจ แต่เราถูกสั่งสอนมาว่า อย่านะ อย่ามีแฟน อย่านะมีนะ บางทีเราก็คิดว่าดีนะ ที่เค้าสอนเราแบบนี้ แต่ปัจจุบันนี้ เราโตแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้คิดจะมีแฟนเพราะว่าเราโตแล้ว แต่เค้าไม่ควรมาแอนตี้กับการที่เราคุยกะผู้ชายเพียงแค่ไม่กี่คำ ถ้าเราไม่บอกก็ไม่รู้แต่เรายังบอก อารมณ์เสีย ผู้ชายที่เค้าก็ไม่ได้มาคิดไรกะเรา โอเคๆๆ เค้าห่วง เราก็ยังไม่รักใครซะหน่อย เราไม่ได้โทหาผู้ชายคนไหนซะหน่อย เรามีเพื่อนเป็นผู้ชายไม่ได้เลยหรอ แต่อยากให้เข้าใจว่า ป๊ากะแม่ก็ไม่ได้มีเวลาให้คู๋มากนักหรอก ว่าตู๋ทำไม ในขณะที่ตู๋ทำไรอยู่ในสายตา ป๊ากะแม่อยู่ ทีเวลาตู๋ออกไปข้างนอก ทำไมไม่ไปรับไปส่งตู๋หล่ะ นั่นอ่ะเป็นเวลาที่ป๊ากะแม่ไม่มีสิทธิ์รู้เลยว่าตู๋ทำไร บางทีคำสอนที่ดีก็ยังดีกว่าคำพูดที่เหน็บแนมกัน ตู๋ว่าตู๋ก็โชคดีนะที่ป๊ากะแม่รักตู๋ขนาดนี้ แต่ตู๋อยากได้เวลาอยากได้การกระทำ ในวันที่ความรู้สึกมันไม่พอ ตู๋รู้สึกว่าตู๋รับรู้มันได้เต็มๆว่าป๊ากะแม่รักตู๋มากๆๆๆ แต่ทำไมเวลาที่เราจะนั่งแล้วมองหน้าคุยกันมันยากจัง เวลากินข้าววันหยุด ต่างคนก็เร่งกันแต่งตัว ขึ้นรถ นั่งไร้สาระ ขำขำ ฟังไอดิ๊งโม้ ป๊าก็ขับรถ เล่นหาป้ายแล้วให้เงิน แม่ก็หาไรมาพูด แต่ไม่มีใครที่ฟังเลยมีแต่คนจะเสนอของตัวเองออกมา มันขาดคนฟังเข้าใจมั๊ย ถึงร้านเลือก สั่ง กิน พูดถึงอาหารและของที่จะซื้อ ไม่มีการถามถึงกันและกัน เพราะเราอยู่ใกล้กันเกินไปใช่มั๊ย กินเสดซื้อของ ป๊าก็ขับรถกลับบ้านถือว่าหมดภาระ ต่างคนต่างแยกกันไป อยู่กับสิ่งของ แต่ตู๋ไม่ต้องการมันอีกแล้ว ตู๋อยากให้ป๊ากะแม่ฟังตู๋บ้างได้มั๊ย ถามตู๋บ้างได้มั๊ย ถามเยอะๆ ไม่ใช่เล่นต่อคำ ขี้เกียจเล่นก็เลิก เราพูดกันน้อยมากเลยแต่ละวัน แล้วคำที่พูดมันก็คือคำเดิม ทำไมกลับบ้านดึก กินข้าวรึยัง ซื้อไรมาอีกแล้ว ห้องรก อย่านอนดึกนะ อย่าใช้เงินเปลือง ............................เปลี่ยนได้มั๊ย เป็นถามตู๋ไปเลยว่าวันนี้จะไปไหนรึป่าว ไม่ใช่พอตู๋ไปมาแล้วก็มาว่า ตู๋ไม่ได้เหาะได้ ที่เวลาแม่บอกว่าให้กลับแล้วจะถึงเลย ตั้งนานแม่ไม่โทรตามพอดึกแล้วโทร มันดึกทุกวันแหละแม่เพราะตราบใดที่แม่ไม่โทรตามตู๋ก็นึกว่า มันยังไม่ถึงเวลา เพราะอะไรแม่ไม่โทรรู้มั๊ย แม่ไม่ว่างหรอก ต้องรอแม่ว่างก่อนแม่ถึงจะนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่กลับ ใช่มั๊ย พอถึงบ้านแม่ก็จะถามว่าทำไมกลับดึก กินข้าวรึยัง รีบๆไปอาบน้ำแล้วนอน เสียงเข้มๆหน่อย ตู๋ได้ยินทุกวันเลยทำไมแม่ไม่เปลี่ยนบ้าง ทำไมแม่ไม่พยายามรู้จักตู๋ให้มากกว่านี้ ตู๋เพิ่งจะเคยได้ยินแม่พูดว่าให้อ่านหนังสือ ด้วยเสียงเบาๆ แม่ไม่กล้าบอกให้ตู๋อ่านหนังสือหรอ ไม่เคยบอกจิงๆ เช้ามา แม่ก็ออกไปซื้อข้าว ขนม นม มาเตรียมให้ ป๊าก็รอตื่นขึ้นมา กิน ไปทำงาน แต่กว่าป๊าจะตื่นตู๋ก็ไปแล้ว แม่วางข้าวไว้ให้แล้วก็ทำงานเดินไปเดินมาทำไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ผ่านหน้ากันเพื่อขอเงิน แล้วก็ไป ถ้าได้เงินเป็นอาทิตย์ก็ไม่ต้องเจอกัน เย็นกลับมาบางทีป๊าก็นอนแล้ว แม่ก็จะนอนแล้ว ตู๋ยังเพิ่งก้าวเข้าบ้าน วันหยุด ......ปลุกให้ตื่นแม่ก็ลงอยู่ข้างล่าง เราก็อยู่ในห้อง แม่ไม่ขึ้นมาเลยถ้าไม่หยิบของ เรียกกินข้าว กินข้าวแม่ก็ยังยุ่ง แม่ไม่ได้นั่งอยู่กับที่เลย เดี๋ยวก็ลุกเดี๋ยวก็ลุก ตู๋พูดไรเหมือนไม่มีใครได้ยิน นั่งอยู่ก็ดูทีวี คุยเรื่องละคร กินเสดก็หมดหน้าที่แยกย้าย แม่ไม่ว่างนั่งกะตู๋หรอก ตู๋พยายามจะพูดทุกครั้งเลยนะ แต่แม่ไม่รู้ซะทีว่าตู๋พยายามจะพูดกะแม่ แม่จะลุกตลอดเลย ทำไมแม่ไม่ว่างเลย แม่ยุ่งทั้งวัน ตู๋เรียกร้องแม่มากไปรึป่าว แม่รู้แค่ว่าวันนี้ตู่ไปไหนแต่รู้รึป่าวว่าทำไร ใช้เงินเท่าไหร่เพื่ออะไร มันไร้สาระมากเลยย เวลาตู๋จะซื้ออะไรไม่ต้องถามแม่ก่อน ขอเงินไปเลยซื้อมาแล้วก็แล้วกัน ถ้าบอกก็จะไม่ได้เพราะมันไร้สาระไปซะทุกอย่าง มันไม่จำเป็น แม่ซื้อไรมาตู๋ก็ไม่เคยชอบ ไม่ใช่ว่าตู๋ไม่ชอบ แต่ไม่นึกถึงสภาพความเป็นจิงแค่นั้นเอง
แม่ยังซื้อเสื้อยืดตัวใหญ่เหมือนใส่นอนสมัยก่อนตอนเด็ก เพื่อให้ตู๋ใส่ไปข้างนอก แล้วตู๋จะชอบมั๊ยหล่ะ นึกสภาพพอตู๋ซื้อเสื้อมาแม่บอกว่าตัวเล็กนิดเดียวแล้วแม่เคยเห็นตู๋ใส่เสื้อตัวใหญ่มั๊ย ป๊าก็เหมือนกัน ซื้อในสิ่งที่ตู๋ไม่ใช้ตู๋ใช้ในความรู้สึกป๊าไง แล้วมันไม่ใช่ความจิง แล้วพอตู๋ไม่พอใจก็โกดตู๋ หาว่าซื้อมาแล้วก็ไม่ชอบทีหลังก็ไม่ซื้อแล้ว แล้วไงอ่ะ ............................................................................ขอเงินพอ ฟังเค้าบ่นหน่อยก็โอเค แต่ตู๋ถึงเป็นแบบนี้ไงตู๋น้อยใจมาตลอดเลยเห็นมั๊ย ตู๋ยังนั่งร้องไห้อยู่เลย 2.00 A.M. วันนี้ก็เหมือนกัน กลับบ้านดึกอีกแล้วนะ
แยก.........ลงไปอาบน้ำได้แล้ว.............แยก..............................จบแล้ววันนี้ เรามองหน้าแม่รึยังไม่รู้เลย กินกาแฟยังต้องแอบกินเลย โอยย ตลกมั๊ยหล่ะ คิดๆดูแล้วอ่ะเค้าจะดุเราทำไมทั้งที่เราก็กินอยู่แล้วแต่แอบแค่นั้นแหละ แทนที่จะบอกให้กินน้อยๆ ........................เราเป็นบ้าไรเนี้ย กลัวอ่ะเพราะรู้สึกว่าถ้าเกิดได้ออกไปจากจุดนี้แล้วแล้วเปลี่ยนเป็นอีกคนไปเลย ตู๋ไม่ใช่คนที่พูดเพราเหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นแม่ไม่ต้องตกใจบ่อยๆ อ่อ อีกเรื่องเวลาตู๋อยู่บนรถกะป๊าอ่ะ เหมือนตู๋อยู่คนเดียว ทั้งๆเรานั่งอยู่ด้วยกันแท้ๆ ทำไมเราไม่คุยกัน เราจะคุยกันต่อเมื่อเป็นเรื่องของบุคคลที่ 3...................................................................................
..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................
ตู๋อยากกลับไปร่าเริงเหมือนเดิมจังเลย
ตู๋รักป๊ากะแม่เสมอนะ
ตู๋จะเปลี่ยนตัวเองแล้ว เปลี่ยนเพื่อจะให้เราพูดกันมากขึ้น
ตู๋จะไม่โมโหหรือเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป
ตู๋จะพยายามร่าเริงและเป็นเด็กดี โอยยยยยยย แต่ตู๋ไม่ใช่เด็กแล้วนะ
ตู๋อยากเข้าใจแม่กะป๊ามากขึ้นแล้วกันตู๋ขอแม่กะป๊าได้ทุกอย่าง เพราะทุกคนต้อง คอนเซิน อยู่แล้ว
หรือตู๋ได้ทุกอย่างเกินไป แต่สิ่งที่ตู๋ไม่เคยได้คือ เวลาและความเข้าใจ ตู๋อยากเดินห้างกะแม่
ไม่ใช่นั่งกินข้าว ซื้อของ แบบรีบๆกลับ ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว ตู๋ไม่อยากเดินห้างคนเดียว
ตู๋ไม่อยากคุยกะป๊าได้แค่เวลาคุยโทสับ
ตู๋ไม่อยากเป็นแค่คนๆนึงในครอบครัวเพราตู่เป็นตั้งคนๆนึง
นับตั้งแต่วันแรกที่พ่อได้เห็นลูก พ่อมีความสุขมาก มองดูทุกครั้ง พ่อมีความสุขเสมอ ลูกเป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจของพ่อ ความสุขของพ่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับความเจริญเติบโตของลูก
ในความสุขนั้นพ่อรู้สึกว่า ตุ๊ดตู๋ ป็นของขวัญที่มีค่ามากสำหรับพ่อ
รักลูกมาก
แม่เขียนนะ......................................เพราะป๊าไม่รู้จะเขียนอะไร
ตู๋ขอโทษที่ป่านนี้ยังมานั่งน้อยใจทั้งๆที่รู้ว่าป๊ากะแม่รักตู๋แค่ไหน........................ตู๋จะรอวันที่เราจะได้คุยกันซะทีนะ
ตู๋จะดีขึ้นนะค่ะ แต่เราต้องช่วยกัน ตู๋คงเหงานะเนี้ยเลยคิดไรแบบนี้
