ไดอารี่ของคนไม่รู้จักโต
Hi!
today is the first day i feel freedom from hard studying. [really??]
I know i dint do it well to be accept by top University.
Last night i rent the movie vcds and watched with ma litlle bro.
happy!! and i gonna be sad again when ma score replied.haha!!
New system of Storythai still make me confuse coz i am not used to with them but soon.
Loneliness is beside me , i dont know why i hav to feel this way.
in the past i thought that i was a optimistic girl who did everything with smile not thought that something bad no no no!!
My world is always pink!!! and fun
But today before i do anything i hav to ponder if i do it what will happen later .What a serious life!!!!
where are you Tu! old one??. i can still smile but nothing deep inside what the hell i am now??
I hope ma life would be fun from now!!
gals i do luv u if everyday i am without you i cannot predict what will happend in ma life too.
i am nice enough to not jealous anybody. i cannot angry or hate anybody too. haha!!
i always forgot something that make make life unhappy. i am nice if u nice too.
"Imagine all the people living life in peace you may say I'm a dreamer but I'm not the only one
I hope someday you'll join us and the world will be as one "
ทุกครั้งที่เราได้เจอกันนั้นช่างแสนสุขใจ
เฝ้าแต่นับเวลาที่ผ่าน เมื่อไหร่จะถึงวันที่เฝ้ารอวันนี้
* แต่ว่าเวลาที่หมุนผ่านไป
มันบังคับให้เราต้องไกลกันอีกในไม่ช้า
ก่อนทุกสิ่งจะไม่อาจย้อนกลับมา
ฉันอยากจะขออะไรสักอย่างก่อนจะได้ไหม
โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ
** ขอให้ช่วงเวลาดี-ดี อยู่กับเราไปอย่างนี้
เป็นความทรงจำที่จะไม่ลบไปจากใจ
อยากขอให้เธออยู่นาน-นาน ได้ไหม
เพราะช่วงเวลานี้ คือช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน
ทุกสิ่งรอบกายในวันวันนี้ดูช่างสวยงาม
แต่ไม่มีภาพใดที่สวยเกินกว่าภาพเธอคนนี้
ในช่วงเวลาตอนนี้ (*)
**ขอให้ช่วงเวลาดี-ดี อยู่กับเราได้อย่างนี้
เป็นความทรงจำที่จะไม่ลบไปจากใจ
อยากขอให้เธออยู่นาน-นาน ได้ไหม
เพราะช่วงเวลานี้ คือช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน (**)
จะจบแล้วซินะชีวิตนักเรียนโรงเรียนสิริรัตนาธร ม.6/2 สาย วิทย์-คณิต
ต่อไปเราก็จะไปอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยกันคนละที่คนละครูที่ปรึกษา
คนละห้องเรียน ต่างคนก็ต่างจะแยกกันไป ในทางที่ตัวเองรัก
เราก็เป็นเพื่อนคนนึงที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ได้โดดเด่นในห้อง
ไม่ได้เป็นที่น่าจดจำในห้อง แต่ก็เป็นคนๆนึงในห้อง ที่มองเห็นเพื่อนทุกคนในห้องว่าใครเป็นใคร ใครเป็นยังไง
มีความรู้สึกอย่างนึงที่สัมผัสได้ว่า เราต่างก็มีเหมือนกันนั่นก็คือ ความรู้สึกที่อยากจะมีกันและกันเป็นเพื่อน
ถึงแม้การแสดงออกมานั่นจะเป็นกลุ่มๆก็เถอะ เพราะทุกคนต้องมีทางของตัวเอง ไม่มีใครแคร์ใครได้ดีทีละหลายๆคน “ทุกคนมีทั้งดีและไม่ดี เราก็บอกไม่ได้หรอกว่าเพื่อนคนไหนดีหรือไม่ดี เพราะทุกคนเหมือนกันหมด เรายังไม่พอใจตัวเราเองเลย บางที แล้วประสาอะไรกะเพื่อนที่เป็นคนเหมือนๆกะเรา คำพูดของแม่ยังใช้การได้เสมอ”
แต่โชคชะตาก็ทำให้เราได้มาพบกันอย่างน้อยมันก็แคบลง จากโลก 1 ใบ จาก ทวีป 1 ทวีป จากประเทศ 1 ประเทศ จากจังหวัด 1 จังหวัด จาก ตำบล 1 ตำบล จากครอบครัว 1 ครอบครัว จากโรงเรียน 1โรงเรียน จากห้องเรียน 1 ห้อง จากคนทั้งโลก แต่เราได้มาเจอกัน รู้จักกัน สนิทกัน ช่วยเหลือกัน และ รักกัน มาถึงวันนี้ที่เราต้องจากกันก็ต้องรู้สึกเศร้ากันไปเป็นธรรมดา แต่เราไม่เศร้าเท่าไหร่เพราะจิงๆลึกๆเรายังคิดว่าเรายังต้องเจอกันอีกต่อๆไปเรื่อย
เพราะพวกแก คือเพื่อน เราก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง ความผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ที่เราอยู่ด้วยกันมา มีเรื่องราวมากมายหลายเรื่องจนบอกไม่ถูก
แต่เหตุการณ์ที่มันน่าจดจำมันก็เกิดจากความผิดพลาดในบางครั้ง แต่มันก็ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น รู้ว่าใครดีใครไม่ดี รู้ว่าเราเป็นยังไง..................ความรู้สึกดีๆที่เอ่ยถึงเพื่อนพอไว้ตรงนี้ก่อน เพราะยังไงเราจะไม่ลืมกันน๊ะ ...รักพวกแก สิ่งมีชีวิตที่เป็น “เพื่อน”
ตอนนี้กลับกลัวที่จะไปเผชิญหน้ากับอนาคตซะแล้ว ถ้าให้เราอยู่ที่นี่เราก็อยากไปเมืองนอก แต่ตอนนี้ถ้าให้เราคิดอีกที เรากลัวจังเลย เรากลัวเราจัอยู่ไม่ได้ มันไม่ได้สบายเหมือนอยู่ที่นี่
นั่นซิ เราจะอยู่ได้มั๊ย เรียนเสด ทำงาน เวลาเที่ยวของนู๋คือเวลาทำงาน ......เหอๆๆ เอาไงๆๆๆๆๆๆๆ
ป๊าเลยบอกว่า 2 อาทิตย์ ไปลองอยู่ได้บินกลับมาต่อวีซ่าแล้วแพ็กกระเป๋าไปเลยยยยยยยยย
อยู่ไม่ได้ก็เรียนนี้..............ไม่ต้องมาร้อง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยู่อ่ะอยู่ได้ แต่จะทำงานได้รึป่าวไม่รับปาก
เราต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่เรามองมาหลายที แต่เราทำไม่ได้เองเพราะชีวิตเรายังอยู่กับที่ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนไป ยังไม่ต้องทำไรเอง จะเอาอะไรก็ยังมีคนทำให้อยู่ ยังไม่เข้มแข็งซะที เราถึงอยากจะเข้มแข็ง ยังไงมันก็เป็นเรื่องของอนาคตทั้งสิ้น อดีตก้อเอามาเป็นประสบการณ์ แม่บอกว่าคนที่เราคิดว่าดีก็เลวได้ เชื่อแค่ไหนสุดท้ายคนมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แต่ เราอย่ามองข้ามคนที่ดีเพราะจะทำให้เราเสียมันไปโดยที่เราต้องเป็นคนเสียใจเอง เพราะเราก็ได้แต่คิดว่าของของเรายังไงก้เป็นของเรา ของที่มันไม่ใช่ของๆเราให้ตายยังไงก็ไม่ใช่ เลยลืมที่จะรักษา ....................แต่มันก็จิง ว่าของของเราก็ต้องเป็นเราซิ เมื่อมันไม่ใช่สถานะอารัยก็ไม่ต่าง ฮ่าๆๆๆ
เราไม่อยากหันหลังกลับมาเลย แต่เราคิดว่าเราเดินไปคนเดียวไม่ได้
บางทีการมีใครสักคนให้เราคิดถึงก็ดีไม่น้อย บางคนที่ตกหลุมรักใครได้ง่ายๆก็มความสุขดีเหมือนกัน เราอยากเป็นแบบนั้นบ้าง
เอนจอยกับชีวิตซิ แต่เราทำไม่ได้ ใช่ว่าเราจะรู้สึกดีกะทุกคนที่เข้าหาเราได้หมดเมื่อไหร่ เราต้องทำกรรมไรมาเนี้ย
เราเชื่อใน impression ความประทับใจเป็นอะไรที่ไม่รู้ลืม นึกเมื่อไหร่ยังรู้สึกดีเสมอ แต่คนเรามักมองความเรื่องของความรู้สึกส่วนใหญ่ ให้ความรักกลายเป็นการที่เราได้คุยกัน อยู่ใกล้กัน ได้ไปไหนต่อไหนด้วยกัน แต่ เราคิดอย่างนั้นไม่ได้จิงๆไม่รู้ว่าทำไม
บางทีการที่ผู้หญิงยื่นของให้ถือ ยื่นขยะให้ทิ้งก็ไม่ได้แปลว่าเค้าใช้คนๆนั้นเสมอไป เค้าอาจจะอยากพิสูจน์บางอย่าง ที่ผู้ชายส่วนมากไม่มีแล้วมันก็จริง ผู้ชายไม่มีสิ่งที่เรียกว่า สุภาพบุรุษ โดยเฉพาะคนไทยผู้ถูกเลี้ยงมาด้วยความยากลำบาก การที่เราทำไรให้ใครสักคนนึงเนี้ยมันดูต้อยต่ำขนาดนั้นเลยหรอในสังคมไทย อันนี้เห็นมาได้ยินมาส่วนตัวนะ ตอนกินข้าวกะอาจารย์ว่า การที่ใครบางคนเก็บจานหลายๆใบให้เพื่อนกลายเป็นถูกมองว่าถูกแกล้ง สังคมถึงไม่มีผู้เสียสละไง พอทำไรดีๆ คนก็มองซะเสียหาย แต่เราชื่นชมนะ คนที่คิดทำไรเพื่อคนอื่นเนี้ยหายาก คนเราจิตใจโหดร้ายกันขึ้นทุกวัน มัรอาจจะเป็นเหตุผลที่บอกเราว่าทำไมทุกวันนี้เราเป็นแบบนี้เพราะเราไม่สามารถไว้ใจใครได้ การที่เรามีคนรู้จักเยอะที่ไว้ใจได้ถือว่าเป็นโชคดีที่เวลามีเรื่องอะไรเราไม่ต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยระแวง ก็สามารถให้เค้าช่วยเหลือได้ ไม่ใช่พอมีปัญหาทีก็หาใครไม่ได้และในสถานการณ์ที่เวล่มีจำกัดอย่างนั้นทำให้เราตกเป็นเหนื่อของคนที่คิดไม่ดีได้ง่าย คนๆๆๆๆๆๆเนี้ยนะ ทำไมต้องคอยแต่อยากจะโกงคนอื่น หาผลประโยชน์เข้าตัว ในเมื่อมันไม่ใช่ของๆเราได้มันมาแล้วก็ยังไงอ่ะ เราไม่เห็นว่ามันจะน่าดีใจตรงไหน
เราปิดตัวเองเกินไปมั๊ย ตอนที่เออร์วิ้นให้เขียนเรื่อง มายเพอร์เฟคฮัสแบรนด์ ทุกคนก็จะเขียนมาตามที่ตัวเองอยากจะได้หรูหรามากมายต้องเป็นแบบนี้นะคนรักของเรา แต่สุดท้ายสิ่งที่เออร์วิ้นเล่าและสอนเราคือ ผู้ชายคนนึงเป็นคนที่เพอร์เฟค เรียนเก่ง รวย สุภาพบุรุษ หน้าตาดี มีคนมาสนใจหลายคน แต่เค้าไม่อชบใครเค้าจึงเดินทางหาคนที่เพอร์เฟคสำหรับเค้าและเค้าก็เจอทั้งคู่ก็พูดคุยกันไปเที่ยวด้วยกันสนุกสนานและเค้าก็มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ใช่แล้ว จึงขอเธอแต่งงาน แต่เรื่องก็พลิกเพราะผู้หญิงคนนั้นปฏิเสธที่จะแต่งงานกะผู้ชายคนนี้ เพราะอะไรมีใครคิดออกบ้าง ตอนนั้นมีแต่คนตอบว่า เพราะผู้หญิงคนนั้นมีแฟนอยู่แล้วบ้าง เพราะผู้หญิงคนนั้นเปฌนโรคกะลังจะตาย เพราะแม่ไม่อนุญาติ ต่างๆนาๆ แต่เออร์วิ้นเฉลยง่ายๆสั้นว่า ผู้หญิงคนนั้นปฏิเสธผู้ชายคนนี้เพราะว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่เพอร์เฟคสำหรับเธอเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกนี้ nobody is perfect เพราะการที่คนๆนึงอาจจะจะเพอร์เฟคสำหรับเราแต่เราอาจจะไม่ใช่คนที่เพอร์เฟคสำหรับเค้าก็ได้ถึงแม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดว่าตัวเองจะต้องเพอร์เฟคเพื่อคนที่เรารักและหาคนที่เพอร์เฟคมาเป็นแฟน
เราก็กำลังหาคนที่ไม่เพอร์เฟคแต่เข้าใจเราและเราต้องเข้าใจเค้าด้วย ดีมั๊ย ฮ่าๆๆ ล้อเล่น+++
ไม่รู้จะพล่ามอะไรแล้ว ไดอารี่ก็คือถือบันทึกความรู้สึกที่ดีที่สุด รัก ยู เดียร์ไดอารี่
ตู๋
